กรุสำหรับ มกราคม, 2008

รักต้องซ้อม!

ถ้าไม่ซ้อม ย่อมถือว่าไม่รักจริง
หากแน่วแน่ในใจ ท่องไว้คำเดียว
คือ”ซ้อม”

ซ้อม…ซ้อม…ซ้อม…ซ้อม…ซ้อม…..

ใครไม่รู้บอกว่าสีน้ำ เป็นสีที่วาดยากที่สุด
และเป็นสีที่อาศัยความชำนาญในการปาดพู่กันเสียด้วย
ผิดแล้วก็ผิดเลย บางทียิ่งซ้ำก็ยิ่งเน่า
ฉะนั้น การปาดสีแต่ละครั้งให้ได้ดั่งใจน่ะ
ไม่ใช่เรื่องง่าย…ถ้าไม่หมั่นวาดหรือฝึกซ้อมอยู่เสมอ

มีคนเก่งหลายคนที่กลายเป็นอดีตไปทันที
เมื่อละเว้นการวาดสีน้ำนานเกินไป

จะว่าไปก็เหมือนกับกีฬาหลายประเภท
ที่นักกีฬาปล่อยปละละเลยเมื่อไหร่ เป็นได้ตกกระป๋อง
อาจจะมีทักษะอยู่ มีความรู้พอจะเป็นโค้ช
คือสอนได้ แนะนำได้ รู้ว่าควรจะทำยังไง
แต่ให้ลงสนามน่ะ แทบจะเล่นไม่เป็นเลยทีเดียว

ตรงกันข้าม ถ้ายิ่งซ้อม ยิ่งวาดให้มากเท่าไหร่
ฝีมือก็จะพัฒนาก้าวไกล จนรู้สึกได้เลย

นี่เป็นประสบการณ์ตรงจากน้าเองเลย
เมื่อต้องมาเป็นติวเตอร์สอนสีน้ำช่วงปิดเทอมใหญ่สามเดือน
เพื่อนๆน่ะ เค้าไปทำกิจกรรม ไปเที่ยว หรือไม่ก็กลับบ้านต่างจังหวัดกัน
แต่น้า ต้องมาสอนสีน้ำเด็กๆทุกๆวัน
โดยไม่ทันสังเกตุฝีมือตัวเอง
จนมาถึงเวลาเปิดเทอมเท่านั้นแหล่ะ
น้าก็แซงหน้าเพื่อนๆไปเป็นที่แปลกใจของเพื่อนๆ และอาจารย์เลยล่ะ

แล้วน้าก็ทิ้งสีน้ำไปอีกเป็นช่วงเวลายาวนาน
เพราะไปเรียนต่อในสาขาที่ไม่ต้องวาดสีน้ำอีกแล้ว
จนจบไปทำงานทำการ

เมื่อถึงเวลาที่คิดถึง อยากจะวาดสักครั้ง
ต้องตกใจกับภาพวาดภาพแรกของตัวเอง
มันเหมือนคนวาดไม่เป็นเลยจริงๆ

การปาดสี การควบคุมฝีแปรง ดูมันไม่ได้ดั่งใจเลย
รู้ว่าควรจะผสมสีอะไรบ้าง แต่ก็ผสมสีได้ไม่ถูกใจเสียที
ภาพที่สามที่สี่ จึงเริ่มเข้าที่เข้าทาง

แม้ปัจจุบันจะหาเวลาวาดอยู่เสมอๆ
แต่รูปแรกก็ไม่เคยถูกใจ…ต้องเป็นรูปที่สองเสมอเลย
ลองดูภาพชุดสวนลุม ที่น้านัดกับกลุ่มว่าจะไปวาดกันสิ

น้าต้องลองซ้อมวาดจากรูปถ่ายถึงสามภาพ กว่าจะมาวาดจากสถานที่จริง…
ซึ่งก็ไม่ทำให้เสียอารมณ์ คือพอใจในผลงานนะ
แต่เว้นไปหนึ่งสัปดาห์
กลับมาวาดสวนลุมอีกครั้ง
ยังเล่นเอาเกือบจะเน่าแน่ะครับ

เห็นอย่างนี้แล้ว…อย่าลืมหาเวลาซ้อมวาดไว้ให้สม่ำเสมอนะครับ
ขืนมาทำภาพเน่าบ่อยๆ จะพลอยหมดความมั่นใจไปเปล่าๆ

วิธีการวาดแบบเปียกปนเปียก..

บนความชุ่มของผิวกระดาษ สีที่ถูกระบายลงไป จะซึมและเลื่อนไหลเข้าหากัน

บางครั้งให้ความรู้สึกฟุ้งกระจาย บางครั้งให้ความนุ่มนวลเหมือนหมอก

มีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืนของสี ปราศจากรอยแปรง หรือพู่กัน

เมื่อแห้งสนิทก็ไม่มีรอยขอบที่คมจัด หรือชัดเจน…

นี่แหล่ะครับ…วิธีการวาดแบบเปียกบนเปียก
อืม…อ่านไม่ผิดหรอกครับ เรียกกันง่ายๆอย่างนี้แหล่ะ
ฝรั่งเค้าเรียก Wet In Wet…

ด้วยผลลัพท์ที่ได้ออกมาดูกลมกลืน นุ่มนวล หรือเบลอๆ
“เปียกบนเปียก”จึงเป็นเทคนิคที่เหมาะมากในการสร้างบรรยากาศในภาพ
เช่นท้องฟ้า ผิวน้ำ หรือวาดเป็นแบคกรานด์ ที่ต้องการผลักระยะให้ห่างออกไปไกลๆ
หรือใช้กับการวาดวัตถุที่ไม่ต้องการเน้นให้เห็นชัดเจน เป็นวัตถุที่อยู่ห่างออกไป
อะไรทำนองนั้น

ทีนี้ จะวาดแบบ”เปียกบนเปียก”ให้สนุก ก็ต้องเตรียมกระดาษที่ค่อนข้างหนาสักหน่อย
อย่างน้อยควรเป็นกระดาษที่มีความหนาไม่ต่ำกว่า 200 ปอนด์นะครับ
กระดาษที่มีความหนาพอ จะอุ้มน้ำสีไว้ได้โดยไม่เกิดรอยย่น หรือบิดงอ
แต่ถ้าไม่มั่นใจในกระดาษเท่าไหร่ จะขึงกระดาษกับพื้นกระดานด้วยเทปกาว
ก็เป็นวิธีหนึ่งที่นิยมทำกัน วิธีนี้ยังช่วยเรื่องความมั่นคงตอนปาดสีด้วยครับ
ไม่เลื่อนไปตามความรุนแรงของอารมณ์ศิลปิน อ้อ ไม่ใช่สิ ไม่เลื่อนไปตามแรงปาดพู่กัน

เริ่มจากทำกระดาษให้เปียกชื้นเสียก่อน โดยใช้แปรงขนาดใหญ่
หรือพู่กันเบอร์สูงๆ (เบอร์ 12) หรือฟองน้ำก็ได้ ระบายไปให้ทั่วทั้งบริเวณที่ต้องการ
จากนั้นก็ซับน้ำเสียหน่อยด้วยกระดาษทิชชู่ หรือฟองน้ำ(ที่บีบน้ำออกไปแล้ว)
เพื่อให้กระดาษชื้นอย่างทั่วถึง อย่าทิ้งให้น้ำส่วนเกินท่วมอยู่บนผิวกระดาษเชียว

จะให้ดี ก็ควรปรับเอียงกระดานรองกระดาษเล็กน้อย
เพื่อให้สีไหลได้อย่างนุ่มนวล และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ถ้าเราวางแบนราบเลย สีอาจไหลย้อนกลับหรือท่วมขังเป็นบริเวณ
ทีนี้ล่ะ กลายเป็นรอยด่างๆ เป็นคราบฟุ้งๆ ที่ฝรั่งเค้าใช้คำว่า “Blooms”เลย
อันนี้ไม่อยากจะเรียกว่าเป็นกฎกติกาอะไรหรอก เพราะถ้าเป็นความตั้งใจของผู้วาด
ต้องการให้ภาพแสดงผลอย่างนั้น นั่นก็ตามแต่ใจครับ

การวาดแบบ”เปียกบนเปียก”นี้ อาศัยความชัวร์ และตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวพอสมควร
เนื่องจากพอเราระบายออกไปแล้ว ก็ต้องปล่อยให้มันแสดงผลแบบเลยตามเลยล่ะ
เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้มากนักหรอก
สีจะฟุ้งกระจาย หรือซึมเข้าหากันอย่างกลมกลืนนุ่มนวล
ควรเลือกใช้แปรงขนาดใหญ่หรือพู่กันเบอร์สูงๆ จะได้จุ่มสีได้ในปริมาณที่มากพอ
ระบายด้วยความรวดเร็ว อย่าช้านะ ประเดี๋ยวพื้นที่บางส่วนจะแห้งไปเสียก่อน…

คิดไว้เสมอนะครับว่ากระดาษเปียกชุ่มอยู่แล้ว
จงแน่ใจว่าสีที่เราผสมไว้ก่อนจะระบายลงไปนั้น

มีความข้นกว่าที่ตั้งใจไว้พอควร เพราะเมื่อเราระบายลงไป สีจะซึมออกและเจือจางลง
นั่นเท่ากับว่า ถ้าเราผสมสีในระดับที่เราคิดว่าพอดี ผลที่ได้จะกลายเป็นซีดจางไประดับหนึ่ง

ที่สำคัญ อย่าลืมผสมสีให้ได้ปริมาณที่มากพอจะระบายได้เต็มพื้นที่นะครับ
ไม่มีอะไรจะเซ็งไปกว่าการผสมสีไว้น้อยไป แล้วต้องผสมใหม่อีกรอบ
เพราะนอกจากเสียเวลาแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะผสมได้เหมือนเดิมหรือเปล่าด้วย...

รู้จักสี..รู้จักเครื่องปรุง

คนที่ชอบทำอาหารทานเองหรือเป็นนักชิมคงจะรู้ดีว่า
เครื่องปรุงรสที่จะทำให้อาหารอร่อย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซีอิ๊ว น้ำปลา น้ำตาล เท่านั้น
แต่อยู่ที่เครื่องปรุงรสปลีกย่อยต่างๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซอส น้ำมันงา ซีอิ๊วเปรี้ยว
น้ำตาลปึก พริกไทย กระเทียม รากผักชี กับอีกจิปาถะ พิเศษพิสดารไปถึงไวน์ โต้ก กันเลยทีเดียว
พวกเขาจะรู้หมดว่า เปรี้ยวนี้ ควรจะเป็นเปรี้ยวจากมะนาว หรือเปรี้ยวจากมะขาม
หรือมะนาวผสมมะขามในอัตราส่วนเท่าใด
เค็มนี้ จะใช้เกลือหรือน้ำปลา เผ็ดนี้ แค่พริกไทยก็พอ คงไม่ต้องใช้พริกป่น หรือพริกสด…

เหมือนกันเป๊ะๆเลยครับ กับการวาดรูป
ผู้วาดควรจะรู้จักสีให้ถ่องแท้ก่อนนะครับ เรียกว่า ถ้าเห็นสีเขียวของใบไม้
ควรคิดได้ว่า เขียวนี้ จะใช้เขียวเฉดไหนดี เขียว sap green, เขียว hooker green
หรือทั้งสองสีผสมกันสีน้ำเงิน ultramarineนิดหนึ่ง
ถ้าฟ้านี้ จะใช้ cobalt blue หรือ ultramarine blue บวกด้วย ม่วงอมชมพู นิดหน่อย…
ถ้าเราจำสีเหล่านี้ไม่ได้เลย โอกาสผิดเพี้ยน หรืออาการที่ไม่ได้ดั่งใจก็จะมีมากยิ่งขึ้น
มิฉะนั้นก็จะเสียเวลากับการลองผิดลองถูก มือใหม่บางคนถึงกับท้อไปเลยก็มี
ที่ผสมสียังไง ก็ไม่เหมือนอย่างที่ตามองเห็น…

เบื้องต้นเลยสำหรับคนเพิ่งจะวาดภาพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักสีที่ตัวเองมีให้ได้ก่อนครับ…

มีวิธีการทำความรู้จักกับสีแบบง่ายๆซื่อๆครับก็คือ
ลองเอาสีมาระบายดูให้ครบทั้งหมดเลยครับ แต่ถ้าจะให้จำสีได้ไวขึ้น ก็ลองวิธีนี้นะครับ

แบ่งสีที่มีทั้งหมดออกเป็นกลุ่มๆครับ กลุ่มเขียว กลุ่มแดง กลุ่มเหลือง กลุ่มน้ำเงิน กลุ่มน้ำตาล เป็นต้น
ทีนี้ ก็เอาแต่ละสีมาระบายลงกรอบสี่เหลี่ยมเท่าๆกัน หรือจะไม่เท่ากันก็ตามใจครับ
ระบายเสร็จแล้วก็ควรจะเขียนชื่อสีนั้นๆกำกับไว้ด้วย ทำให้ครบหมดทุกสีเลยนะครับ
มีสีอยู่กี่สี ระบายให้หมดเลย
ขั้นต่อมา เอาแต่ละสีมาลองระบายให้เห็นค่าอ่อนแก่ของแต่ละสี จะแบ่งคร่าวๆซัก 3-5ช่องก็ได้ครับ
เพื่ออะไรหรือครับ…
ก็เพื่อที่เราจะรู้จักสีนั้นๆมากขึ้น รู้ว่าสีนี้เมื่อผสมน้ำให้เจือจางลงไปแต่ละระดับแล้วเป็นอย่างไร
ทำเก็บไว้ดูครับ…เผื่อเวลาไม่แน่ใจ ก็เอาขึ้นมาดูไปด้วยก็ได้

เท่านี้…การวาดรูปครั้งต่อๆไป คุณก็จะหมดคำถามไปส่วนหนึ่งแล้วว่า
ท้องฟ้าที่คุณเห็นเวลานี้ ควรจะปาดสีฟ้าเฉดไหน และควรผสมกับสีอะไรบ้าง ผสมให้เจือจางระดับไหนดี

อย่างที่บอกล่ะครับ การผสมสีเหมือนกับการปรุงรสอาหารจริงๆ
เมื่อคุณรู้จักเครื่องปรุงรสดี โอกาสพลาดก็น้อยลงตาม
ได้อาหารจานเด็ดที่มีรสชาติตามที่ต้องการ และจะสนุกกับการปรุงเมนูต่อไปครับ…

เฉดสีน้ำที่ควรมี

ในที่นี้ขอแนะนำ เฉดสีที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไปดังนี้

Course Landscape เริ่ม 27 ม.ค. 51

รายละเอียดของคอร์สกำลังดำเนินการโดยพี่เลขค่ะ

หน้าต่อไป